แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุปกรณ์ป้องกัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อุปกรณ์ป้องกัน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การพัฒนาแนวทางป้องกันอันตรายภายในสถานพยาบาลสัตว์เล็ก : กรณีศึกษาในชุมชนตลาดใหม่ ชุมชนบ้านสวน อำเภอเมือง และ ชุมชนเนินพลับหวาน อำเภอบางละมุง ของจังหวัดชลบุรี

Development of the Direction for Hazard Protection in Small Animal Medical Center : Case Study in Talad-Mai Community and Bansuan Community, Muang District and
Nuen-Plub-Wan Community, Banglamung District in Chonburi.

เตือนตา ชาญศิลป์ ศิริลักษณ์ มีสุวรรณ ธาริณี ทับทิม สมชาย โสมย์ไพศาลศิลป์ อธิคม ชินอ่อน
ปิติพัฒน์ กิตติ์พิภัทร์กุล และมนัน วงศ์เสรีพิพัฒนา
Tuonta Chansilpa Siriluk Mesuwan Tharinee Tubtim Somchai Sompaisarnsilp Athicom Chin-On
Pitipat Kitpipatkun and Manan Wongsereepipattana
คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ จังหวัดชลบุรี
Email: dvm_rmutto@hotmail.comโทร. 038-358201 ext 1027, 1020

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาแนวทางการป้องกันอันตรายในสถานพยาบาลสัตว์เล็ก ในกรณีศึกษาชุมชนตลาดใหม่ ชุมชนบ้านสวน อำเภอเมือง และชุมชนเนินพลับหวาน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

วิธีการ : การดำเนินงานเริ่มจากคณะผู้วิจัยและเจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เล็ก ในกรณีศึกษาประชุมร่วมกัน เพื่อวางแผนการดำเนินงาน โดยเริ่มจากการประเมินจิตสำนึกของผู้ให้บริการในสถานพยาบาลสัตว์เล็กเหล่านี้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐาน ดำเนินการออกแบบวิธีการค้นหาอันตรายแบบ What-if-Analysis ด้วยการใช้แบบสอบถาม แล้วประเมินความเสี่ยงในสถานพยาบาลสัตว์เล็กในกรณีศึกษาด้วยวิธี Risk Assessment

ผลการศึกษา : ผลจากการค้นหาอันตราย พบว่ามีจุดอันตรายทั้งหมด 59 จุด และหลังจากการนำไปประเมินความเสี่ยง พบว่าในภาพรวมมีความเสี่ยงในระดับปานกลาง แต่เมื่อวิเคราะห์ในแต่ละสถานพยาบาลสัตว์เล็ก พบว่า
-สถานพยาบาลสัตว์เล็กของชุมชนตลาดใหม่ มีความเสี่ยงด้านกายภาพสูงมาก 2 จุด และสูง 2 จุด และยังมีความเสี่ยงด้านความรู้สูง 1 จุด
-สถานพยาบาลสัตว์เล็กของชุมชนบ้านสวน พบว่ามีความเสี่ยงทุกด้านในภาพรวม
-ส่วนสถานพยาบาลสัตว์เล็กของชุมชนเนินพลับหวาน มีความเสี่ยงสูงด้านกายภาพ 2 จุด และความเสี่ยงด้านความรู้ 1 จุด
สำหรับการหาแนวทางป้องกันอันตรายในสถานพยาบาลสัตว์เล็ก ใช้การสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยด้วยการจัดกิจกรรม และอบรมความรู้เกี่ยวกับอันตรายและการป้องกันอันตรายในสถานพยาบาลสัตว์เล็ก ผลการดำเนินงานพบว่า จิตสำนึกด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการในภาพรวมมีค่าเพิ่มขึ้นจาก 2.24 ± 0.85 เป็น 4.00 ± 0.77 โดยจำแนกเป็นจิตสำนึกต่อด้านกายภาพมีค่าเพิ่มขึ้นจาก 2.05 ± 0.76 เป็น 3.95 ± 0.72 ด้านความรู้มีค่าเพิ่มขึ้นจาก 2.29 ± 0.84 เป็น 3.88 ± 0.76 ด้านบุคคลมีค่าเพิ่มขึ้นจาก 2.25 ± 0.93 เป็น 4.04 ± 0.89 และด้านพฤติกรรมเพิ่มขึ้นจาก 2.33 ± 0.83 เป็น 4.20 ± 0.64

คำสำคัญ: การป้องกันอันตราย สถานพยาบาลสัตว์เล็ก การประเมินความเสี่ยง จิตสำนึกด้านความปลอดภัย

Credit : วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2556

ที่มา : http://ird.rmutto.ac.th/index.php?menu=shownews&page=TP1487

การใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลสำหรับคนงานก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

Use of Personal Protective Equipment for Large Building Laborers
in Bangkok and Perimeter areas
อรวรรณ จันทสุทโธ
Orawan Jantasuto
สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศูนย์สุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
E-mail: i.orawanj@hotmail.com โทร. 081-8788195

วัตถุประสงค์ : เพื่อประเมินความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมด้านการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงานของคนงานก่อสร้าง กรณีศึกษาคือคนงานในโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

วิธีการ : การเปรียบเทียบลักษณะส่วนบุคคลของคนงานที่มีผลต่อการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงานของคนงานก่อสร้าง รวมทั้งศึกษาความสัมพันธ์ในด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ การดำเนินงานวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากคนงานก่อสร้างจำนวน 100 คน และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีทางสถิติ

ผลการศึกษา : คนงานก่อสร้างมีความรู้ด้านการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงานระดับสูง ทัศนคติและพฤติกรรมด้านการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงานในระดับดี และจากการเปรียบเทียบลักษณะส่วนบุคคลพบว่า คนงานก่อสร้างที่มีอายุแตกต่างกัน จะมีความรู้และพฤติกรรมด้านการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในการทำงานที่แตกต่างกัน ด้านความสัมพันธ์พบว่า ความรู้กับทัศนคติ ความรู้กับพฤติกรรม และทัศนคติกับพฤติกรรม มีความสัมพันธ์กัน
การศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อคนงานก่อสร้างโดยตรง และสามารถนำไปประยุกต์และปรับปรุงให้คนงานก่อสร้างมีคุณภาพในการทำงานดียิ่งขึ้น

คำสำคัญ: การใช้อุปกรณ์ความปลอดภัย ความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรม คนงานก่อสร้าง

Credit : วารสารวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ปีที่ 6 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2556



วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ปัจจัยทำนายการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงในคนงานโรงงานผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ

Predictors of Hearing Protection Device Usage Among Workers in Potato Chips Factory

จันทร์จีรา ยารวง *, ชวพรพรรณ จันทร์ประสิทธิ์**, ธานี แก้วธรรมานุกูล**
*สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา
**คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Janjeera Yaruang*, Chawapornpan Chanprasit**, Thanee Kaewthummanukul**
*Schook of Nursing, Naresuan University Phayao
**Faculty of Nursing Chiang Mai University

วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาอำนาจการทำนายของการรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรคการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง อิทธิพลระหว่างบุคคลและสถานการณ์เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงต่อการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงในคนงานโรงงานผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ

กลุ่มตัวอย่าง : คนงานโรงงานผลิตมันฝรั่งทอดกรอบ แผนกการผลิต จำนวน 347 คน

การเก็บข้อมูล : ตามแบบสัมภาษณ์ที่ดัดแปลงมาจากเครื่องมือที่พัฒนาโดย สุริสา ตันชุมพรและคณะ ตามแนวคิดของลัสค์และคณะ

วิธีวิเคราะห์ : วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson correlation cocfficiency) และสถิติการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise multiple regression analysis)

ผลการวิจัย : 
          อิทธิพลระหว่างบุคคลเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง การรับรู้อุปสรรค์ต่อการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง และการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงสามารถร่วมทำนายการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงได้ร้อยละ 30.5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.1)
          ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า อิทธิพลระหว่างบุคคล โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ร่วมงาน หัวหน้างาน บุคลากรทางด้านสุขภาพ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในสถานประกอบการ ร่วมกับความเชื่อมั่นในการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแรงเสริมสำคัญต่อการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง

ข้อเสนอแนะ : พยาบาลอาชีวอนามัยและทีมสุขภาพที่เกี่ยวข้องควรตระหนักในความสำคัญดังกล่าว เสนอแนะผู้บริหารสถานประกอบการให้เห็นความสำคัญของการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยเสริมความตระหนักให้เกิดการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียงต่อเนื่องในกลุ่มคนทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินจากการทำงาน

คำสำคัญ : อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันเสียง ปัจจัยทำนายการใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง

Credit : วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา  ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2553